-ขวากหนาม-

posted on 30 Dec 2008 09:13 by lifestyle-enough

บางครั้ง การที่เราหวังดีกับใครสักคนหนึ่ง

เขาอาจจะมองว่ามันเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ

รวมถึงการที่เตือนเขาในสิ่งที่ เขาทำลงไป เขาเองอาจจะมองว่ามันเป็น เรื่องที่ ไร้สาระ

อย่าเพิ่ง หัวเสียนะค่ะ

ลองย้อนกลับไปคิดดู ตอนนี้คุณเตือนเขา

แต่ถ้าคุณ เป็นเขาในตอนนี้ คุณจะฟั่งหรือ ?

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น คุณเอง ผ่านมาแล้ว

เห็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วย ขวากหนาม

แต่ อย่าลืมว่า เขาเอง ยังไม่เคยเห็นเส้นทางนั้น

ถึงคุณจะบอกเขาอย่าเข้าไปเลย หรือ ห้ามปราม ซะเพียงใด ก็ไม่เกิดผล

เพราะจุดที่เขายืนอยู่ เขามองว่ามันสวยงาม ต่อให้กล่าวเตือนแค่ไหน มันก็เท่านั้น

ในเมื่อเขายังไม่เคยโดนหนามเหล่านั้นทิ่มแทง

ยังไม่รู้สึกถึงความเจ็บ จะให้เขาเชื่อในสิ่งที่เราพูดนั้น ก็ยากอยุ่

ลองยอมที่จะเดิมตามเขาอยู่ห่างๆ 

คอยรักษา แผล ที่เกิดจากหนามเหล่านั้น

เมื่อเขารู้สึกเจ็บ เขาจะตามคุณออกมาเอง

แต่เมื่อใดที่คุณปล่อยเขาไปคนเดียว

เมื่อเขา ถูกหนามเหล่านั้นทำร้าย

เขาจะไม่สามารถหาทางกลับออกมาเองได้ถูก

และอาจจะเป็นหนามคอยทำร้ายผุ้อื่นต่อไป

มุมมองที่แตกต่าง

posted on 13 Dec 2008 20:13 by lifestyle-enough

หากเรามองให้ดีโลกใบนี้มักมีข้อคิดดีๆให้กับเราเสมอ

หากแต่เรามองข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นใกล้ตัว

ถวิ่นหาสิ่งที่เหนือกว่าแล้วมันไม่น่าเสียดายหรอกหรือ?

ในเมื่อเราสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ

ได้จากเรื่องใกล้ตัว เพียงแต่เราเคยมองเห็นมันหรือเปล่า?

 

ฉัน เคยมีโอกาสได้ มอบ กล่องข้าวหนึ่งกล่องให้แก่ ผู้โหยหาอาหาร

ด้วยความไม่ตั้งใจเพียงแค่อยากกำจัดกล่องข้าวนี้ให้หมดไป

ครั้นจะทิ้งก็เสียดาย . . .

 

เมื่อ ฉันได้วางกล่องข้าวลง

เขาเหล่านั้น ก็หันมามองด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก
 
ฉันเองจึงรีบเดินมาโดยไม่ได้เอ่ยอะไรสักคำ !
 
แต่ก็ยังคงแอบดูอยู่ห่างๆ พวกเค้าเปิดกล่องข้าวผัดกระเพราที่เย็นเยือก                               

เรียกได้ว่า แข็งเลยแหละ
 
คุณผู้อ่านค่ะ ลองคิดถึงพัดกระเพราราดข้าวที่ถูกแช่เย็นค้างคืนสิค่ะ

น้ำของพวกซอส จะเกาะตัวกันเป็นไข ก้อนข้าวจะเย็นและแห้งเหือด

แต่พวกเค้ากลับเปิดกล่องออก แล้วให้มือทั้งสองข้างพยายามโกยเข้าปากทีละมากๆ
 
เพื่อจะได้กินเยอะที่สุด ใช่แล้วค่ะ ข้าวกล่องหนึ่ง กับผู้คน 3-4 คน รุมข้าวกล่องนั้น               

นอกจากนั้น เศษอาหาร ที่เรียงรายกันบนพื้นพวกเค้าเก็บกวาดเรียบไม่มีเหลือ                        

เมื่อเห็นจุดนี้ ฉันเองจึงเดินจากมา
 
และมันก็ทำให้ฉันได้คิด อะไรบางอย่าง
 
ฉันยกข้าวกล่องนี้ให้กับพวกเขาโดยไม่ได้คิดอะไรเพียงแค่อยากกำจัดสิ่งนี้ให้หมดไป
 
แต่พวกเค้ารับมันอย่างเห็นคุณค่าไม่ให้ หล่นหายสักเม็ด
 
กลายเป็นมุมมองที่แตกต่าง!
 
ชีวิตของคนเรา ยากที่จะค้นหา บุคคลที่มีพอมีพอกิน

ก็จะไม่เห็นคุนค่ากับสิ่งเล็กๆน้อยๆที่หามาได้
 
เช่นเดียวกับคนรวย ก็จะเห็น แบงค์ 100 เป็นเพียงเศษเงิน

ความสุขของคนเราอยู่ที่ไหน?
 
พอมีพอกินนั้นหรือ ? เงินตราใช่ไหม?
 
คนบางกลุ่มพอใจและมีความสุข ที่จะหยิบจ่ายใช้สอย กับ เครื่องแต่งกาย

ยึดติดกับของแบนเนม
 
นั่งส่องกระจก ภาคภูมิกับรูปร่างหน้าตาของตนเอง

จนลืมไปว่า สิ่งที่อยู่ในกระจกนั้น เป็นเพียงแค่เงา!
 
เมื่อถึงระยะเวลาของมัน มันก็จะร่วงโรยไปตามกาลเวลา

สิ่งสุดท้าย ที่เหลือ อยู่ ก็มีแต่เพียง โครงกระดูกเท่านั้น!
 
** และคุณละคิดยังไง ?? **